วันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2567

การเรียนรู้ครั้งที่ 13

 เป้นการสรุปความรู้ทั้งหมดที่เตยทำมาว่า ได้เรียยน อะไรบ้าง คำศัพท์ที่ ใช้จริงๆในชีวิตประจำวันเกี่ยวกับวิจัย การทำหลังสูตรหรือการเป็นครูในอนาคต


คำศัพท์พื้นฐาน

  1. Teacher - ครู
  2. Student - นักเรียน
  3. Classroom - ห้องเรียน
  4. Lesson - บทเรียน
  5. Activity - กิจกรรม
  6. Play - เล่น
  7. Learning - การเรียนรู้
  8. Development - การพัฒนา
  9. Curriculum - หลักสูตร
  10. Assessment - การประเมินผล

วลีที่ใช้บ่อย

  1. Good morning, class! - สวัสดีตอนเช้าค่ะ/ครับ ทุกคน!
  2. Let's start our lesson. - มาเริ่มบทเรียนกันเถอะ
  3. Time to play! - ถึงเวลาเล่นแล้ว!
  4. Who can answer this question? - ใครสามารถตอบคำถามนี้ได้บ้าง?
  5. Great job! - ทำได้ดีมาก!
  6. Please listen carefully. - กรุณาฟังให้ดี
  7. It's time for a story. - ถึงเวลาอ่านนิทานแล้ว
  8. Let's work together. - มาทำงานร่วมกันเถอะ
  9. How do you feel? - รู้สึกอย่างไรบ้าง?
  10. Can I help you? - ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง?

คำศัพท์เกี่ยวกับการสอน

  1. Instruction - คำสั่ง
  2. Materials - สื่อการสอน
  3. Creativity - ความคิดสร้างสรรค์
  4. Social skills - ทักษะทางสังคม
  5. Emotional development - การพัฒนาอารมณ์

คำศัพท์พื้นฐานเพิ่มเติม

  1. Friendship - มิตรภาพ
  2. Playground - สนามเด็กเล่น
  3. Storytime - เวลาอ่านนิทาน
  4. Circle time - เวลานั่งกลม
  5. Snack time - เวลาของว่าง
  6. Routine - กิจวัตร
  7. Participation - การเข้าร่วม
  8. Encouragement - การสนับสนุน
  9. Creativity - ความคิดสร้างสรรค์
  10. Collaboration - การทำงานร่วมกัน

วลีที่ใช้บ่อยเพิ่มเติม

  1. Let's sing a song! - มาร้องเพลงกันเถอะ!
  2. Can you share with your friends? - คุณสามารถแบ่งปันกับเพื่อน ๆ ได้ไหม?
  3. What do you see? - คุณเห็นอะไรบ้าง?
  4. Let’s count together! - มานับเลขด้วยกันเถอะ!
  5. It's time to clean up. - ถึงเวลาเก็บของแล้ว
  6. What is your favorite color? - สีที่คุณชอบที่สุดคืออะไร?
  7. Let’s take turns. - มาลองผลัดกันทำเถอะ
  8. Can you show me? - คุณสามารถแสดงให้ฉันดูได้ไหม?
  9. I am proud of you! - ฉันภูมิใจในตัวคุณ!
  10. Remember to be kind. - จำไว้ว่าต้องมีน้ำใจ

คำศัพท์เกี่ยวกับการสอนและการเรียนรู้

  1. Motivation - แรงจูงใจ
  2. Engagement - การมีส่วนร่วม
  3. Feedback - ข้อเสนอแนะแนวทาง
  4. Observation - การสังเกต
  5. Creativity - ความคิดสร้างสรรค์
  6. Skill development - การพัฒนาทักษะ
  7. Interactive - เชิงโต้ตอบ
  8. Guidance - คำแนะนำ
  9. Patience - ความอดทน
  10. Self-esteem - ความภาคภูมิใจในตนเอง

คำศัพท์เกี่ยวกับการประเมินและการพัฒนา

  1. Progress - ความก้าวหน้า
  2. Achievement - ความสำเร็จ
  3. Goal - เป้าหมาย
  4. Milestone - จุดสำคัญในการพัฒนา
  5. Behavior - พฤติกรรม
  6. Growth - การเติบโต
  7. Strengths - จุดแข็ง
  8. Challenges - ความท้าทาย
  9. Intervention - การแทรกแซง
  10. Strategy - กลยุทธ์

วลีเกี่ยวกับการสื่อสารกับผู้ปกครอง

  1. I would like to discuss your child's progress. - ฉันอยากพูดคุยเกี่ยวกับความก้าวหน้าของลูกคุณ
  2. Please feel free to ask questions. - กรุณาถามคำถามได้ตามสบาย
  3. We appreciate your support. - เราขอบคุณที่คุณให้การสนับสนุน
  4. Your child is doing great! - ลูกคุณทำได้ดีมาก!
  5. Let's work together for your child's success. - มาทำงานร่วมกันเพื่อความสำเร็จของลูกคุณ

ทักทาย

  1. สวัสดีครับ/ค่ะ - Hello!
  2. สวัสดีตอนเช้าครับ/ค่ะ - Good morning!
  3. สวัสดีตอนบ่ายครับ/ค่ะ - Good afternoon!
  4. สวัสดีตอนเย็นครับ/ค่ะ - Good evening!
  5. สบายดีไหมครับ/ค่ะ? - How are you?

ลา

  1. ลาก่อนครับ/ค่ะ - Goodbye!
  2. เจอกันใหม่ครับ/ค่ะ - See you again!
  3. ลาไปทำการบ้านนะครับ/ค่ะ - I’m going to do my homework.
  4. ลาไปเล่นกันนะครับ/ค่ะ - I’m going to play now.

ขออนุญาต

  1. ขออนุญาตเข้าห้องน้ำครับ/ค่ะ - May I go to the bathroom?
  2. ขออนุญาตขอความช่วยเหลือครับ/ค่ะ - May I ask for help?
  3. ขออนุญาตพิมพ์งานครับ/ค่ะ - May I print my work?
  4. ขออนุญาตยืมหนังสือครับ/ค่ะ - May I borrow a book?

คำที่เกี่ยวกับปฐมวัย

  1. การเล่น - Play
  2. การเรียนรู้ - Learning
  3. เพื่อน - Friend
  4. กิจกรรม - Activity
  5. นิทาน - Story
  6. การวาดรูป - Drawing
  7. การร้องเพลง - Singing
  8. การสร้างสรรค์ - Creativity
  9. การพัฒนา - Development
  10. การทำงานร่วมกัน - Collaboration

คำที่เกี่ยวกับการวิจัย

  1. การวิจัย - Research
  2. ข้อมูล - Data
  3. สมมติฐาน - Hypothesis
  4. การวิเคราะห์ - Analysis
  5. การสำรวจ - Survey
  6. ผลลัพธ์ - Results
  7. การประเมิน - Assessment
  8. กลุ่มตัวอย่าง - Sample
  9. แนวทางการศึกษา - Study methodology
  10. ข้อสรุป - Conclusion

อุปกรณ์พื้นฐานในห้องเรียน

  1. โต๊ะและเก้าอี้ - Table and chairs
  2. กระดานดำ/กระดานไวท์บอร์ด - Chalkboard/Whiteboard
  3. ปากกาไวท์บอร์ด/ชอล์ค - Markers/Chalk
  4. กระดาษ - Paper
  5. สีเทียน/สีไม้ - Crayons/Colored pencils
  6. กาว - Glue
  7. กรรไกร - Scissors
  8. หนังสือเรียน - Textbooks
  9. สื่อการสอน (เช่น โปสเตอร์) - Teaching materials (e.g., posters)
  10. อุปกรณ์การเรียนรู้ (เช่น บล็อกไม้, จิ๊กซอว์) - Learning tools (e.g., wooden blocks, puzzles)

อุปกรณ์สำหรับกิจกรรม

  1. ของเล่นการศึกษา - Educational toys
  2. อุปกรณ์ทำงานประดิษฐ์ - Craft supplies
  3. ลูกบอล - Balls
  4. แผ่นกิจกรรม - Activity sheets
  5. เครื่องดนตรีเล็ก - Small musical instruments (e.g., tambourines)

อุปกรณ์สำหรับการดูแล

  1. ชุดปฐมพยาบาล - First aid kit
  2. กระติกน้ำ - Water bottles
  3. ผ้าเช็ดตัว - Towels
  4. กล่องขนม - Snack boxes

อุปกรณ์เสริม

  1. คอมพิวเตอร์/แท็บเล็ต - Computer/Tablets
  2. โปรเจ็กเตอร์ - Projector
  3. ลำโพง - Speakers
  4. บอร์ดแสดงผลงาน - Display board

อุปกรณ์การจัดการ

  1. ปฏิทิน - Calendar
  2. นาฬิกา - Clock
  3. กล่องเก็บของ - Storage boxes
  4. สติกเกอร์ - Stickers (สำหรับให้รางวัล)

การเรียยนรู้ครั้งที่ 12

 

วิธีทำข้าวผัด (Fried Rice Recipe)

ภาษาไทย

วัสดุที่ต้องเตรียม:

  • ข้าวสวย (1 ถ้วย)
  • ไข่ (1 ฟอง)
  • ผัก (เช่น แครอท, ถั่วลันเตา, หอมใหญ่) (ตามชอบ)
  • น้ำมันพืช (1-2 ช้อนโต๊ะ)
  • ซอสถั่วเหลือง (ตามชอบ)
  • เกลือ (เล็กน้อย)
  • พริกไทย (เล็กน้อย)

ขั้นตอนการทำ:

  1. ล้างมือ: ก่อนเริ่มทำอาหารให้ล้างมือให้สะอาด

    • Wash hands: Before starting to cook, wash your hands thoroughly.
  2. เตรียมข้าว: ใช้ข้าวสวยที่เย็นแล้วจะทำให้ข้าวไม่ติดกัน

    • Prepare rice: Use cooled cooked rice so that the rice grains don't stick together.
  3. เตรียมผัก: สับผักให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ

    • Prepare vegetables: Chop the vegetables into small pieces.
  4. ตีไข่: ตีไข่ในชามให้เข้ากัน

    • Beat the egg: Beat the egg in a bowl until mixed.
  5. ตั้งกระทะ: ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะแล้วตั้งไฟกลาง

    • Heat the pan: Add cooking oil to the pan and heat it over medium heat.
  6. ทำไข่: เทไข่ที่ตีไว้ลงไปในกระทะ รอจนไข่สุกแล้วคนให้เข้ากัน

    • Cook the egg: Pour the beaten egg into the pan, wait until it cooks, then stir it.
  7. ใส่ผัก: ใส่ผักที่เตรียมไว้ลงไปผัดให้เข้ากัน

    • Add vegetables: Add the prepared vegetables and stir them together.
  8. ใส่ข้าว: ใส่ข้าวสวยลงไปในกระทะ แล้วคนให้เข้ากัน

    • Add rice: Add the cooked rice to the pan and mix everything together.
  9. ปรุงรส: ใส่ซอสถั่วเหลือง เกลือ และพริกไทย ตามชอบ

    • Season: Add soy sauce, salt, and pepper to taste.
  10. ผัดให้เข้ากัน: ผัดทุกอย่างให้เข้ากันจนร้อน

    • Stir-fry: Stir everything together until it's hot.
  11. เสิร์ฟ: ตักข้าวผัดใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

    • Serve: Scoop the fried rice onto a plate and serve.

English Version

Ingredients Needed:

  • Cooked rice (1 cup)
  • Egg (1)
  • Vegetables (like carrot, peas, onion) (as desired)
  • Cooking oil (1-2 tablespoons)
  • Soy sauce (to taste)
  • Salt (a little)
  • Pepper (a little)

Steps to Make:

  1. Wash hands: Before starting to cook, wash your hands thoroughly.

  2. Prepare rice: Use cooled cooked rice so that the rice grains don't stick together.

  3. Prepare vegetables: Chop the vegetables into small pieces.

  4. Beat the egg: Beat the egg in a bowl until mixed.

  5. Heat the pan: Add cooking oil to the pan and heat it over medium heat.

  6. Cook the egg: Pour the beaten egg into the pan, wait until it cooks, then stir it.

  7. Add vegetables: Add the prepared vegetables and stir them together.

  8. Add rice: Add the cooked rice to the pan and mix everything together.

  9. Season: Add soy sauce, salt, and pepper to taste.

  10. Stir-fry: Stir everything together until it's hot.

  11. Serve: Scoop the fried rice onto a plate and serve.

การเรียนรู้ครั้้งที่ 11

  วันนี้ได้พูดคุยเกี่ยวกับ ความสำคัญของวิจัย องค์ประกอบหลักสูตรปฐมวัยว่า มีอะไรบ้าง

ความสำคัญของการวิจัยในองค์ประกอบหลักสูตรปฐมวัยมีดังนี้:

  1. พัฒนาหลักสูตรที่ตอบสนองความต้องการ: การวิจัยช่วยให้เข้าใจถึงความต้องการและพัฒนาการของเด็กในแต่ละช่วงวัย ส่งผลให้สามารถออกแบบหลักสูตรที่เหมาะสมและตรงตามความจำเป็น

  2. การประเมินผลและปรับปรุงหลักสูตร: การวิจัยช่วยให้สามารถประเมินผลการเรียนรู้และการสอน ทำให้สามารถปรับปรุงหลักสูตรให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

  3. การสร้างแนวทางการสอนที่มีประสิทธิภาพ: การวิจัยให้ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการสอนที่มีประสิทธิภาพที่สุดในระดับปฐมวัย ช่วยให้ครูสามารถใช้กลยุทธ์ที่เหมาะสมในการสอนเด็ก

  4. การสร้างความรู้ใหม่: ช่วยเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับพัฒนาการเด็ก และผลกระทบของปัจจัยต่าง ๆ ต่อการเรียนรู้

องค์ประกอบหลักสูตรปฐมวัย

  1. เนื้อหาการเรียนรู้: กิจกรรมและประสบการณ์ที่สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็ก

  2. แนวทางการสอน: กลยุทธ์และวิธีการสอนที่เหมาะสม เช่น การเรียนรู้ผ่านการเล่น

  3. การประเมินผล: วิธีการประเมินความก้าวหน้าของเด็ก เพื่อให้ครูสามารถติดตามและปรับการสอนให้เหมาะสม

  4. การมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง: ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการเรียนรู้และพัฒนาการของเด็ก

  5. การพัฒนาทักษะทางสังคมและอารมณ์: ส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้การทำงานร่วมกันและการจัดการอารมณ์

องค์ประกอบของวิจัยมีหลายด้านที่สำคัญ โดยทั่วไปสามารถแบ่งออกเป็น 5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่:

  1. ปัญหาการวิจัย: ระบุปัญหาหรือคำถามที่ต้องการศึกษา ซึ่งควรชัดเจนและสามารถวิจัยได้

  2. สมมติฐาน: ข้อสันนิษฐานหรือคำตอบที่คาดว่าจะเป็นไปได้เกี่ยวกับปัญหาการวิจัย ซึ่งจะต้องทดสอบผ่านการเก็บข้อมูล

  3. ระเบียบวิธีวิจัย (Methodology): วิธีการหรือแนวทางที่ใช้ในการเก็บข้อมูล เช่น การสำรวจ การทดลอง หรือการศึกษาเชิงคุณภาพ

  4. การเก็บข้อมูล: กระบวนการรวบรวมข้อมูลตามวิธีการที่กำหนด เพื่อใช้ในการวิเคราะห์และประเมินผล

  5. การวิเคราะห์และสรุปผล: การวิเคราะห์ข้อมูลที่เก็บได้เพื่อนำไปสู่ข้อสรุปหรือคำตอบต่อคำถามการวิจัย และการนำเสนอผลลัพธ์ที่ชัดเจน                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                      -Research - การวิจัยHypothesis - สมมติฐานMethodology - ระเบียบวิธีวิจัยData - ข้อมูลAnalysis - การวิเคราะห์Results - ผลลัพธ์Conclusion - ข้อสรุปLiterature Review - การทบทวนวรรณกรรมSample - กลุ่มตัวอย่าง

การเรียนรู้ครั้งที่ 11

 วันนี้ได้พูดคุยเกี่ยวกับหลักสูตรของสถานศึกษา ว่าประกอบได้ ด้วยอะไรบ้าง แล้วมีความสำคัญอย่างไรบ้างกับ ปฐมวัย ไม่ ว่าจะเป็นหน้าปก คำนำ บทคัดย่อ บรรณานุกรม โดยมันมีสิ่งสำคัญ ดังนี้

หลักสูตรปฐมวัย (Early Childhood Education Curriculum) มีองค์ประกอบหลัก ๆ ที่สำคัญ ได้แก่:

  1. เนื้อหาการเรียนรู้: ประกอบด้วยกิจกรรมและประสบการณ์การเรียนรู้ที่เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก เช่น การเล่น การสร้างสรรค์ และการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง

  2. แนวทางการสอน: วิธีการและกลยุทธ์ในการสอนที่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็ก เช่น การเรียนรู้ผ่านการเล่น การตั้งคำถาม และการสร้างสภาพแวดล้อมที่กระตุ้น

  3. การประเมินผล: วิธีการในการประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก เช่น การสังเกต การบันทึกพัฒนาการ และการประเมินความสามารถในด้านต่าง ๆ

  4. การมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง: การส่งเสริมให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ของเด็ก โดยการสื่อสารและสร้างความร่วมมือระหว่างบ้านและโรงเรียน

  5. การพัฒนาสังคมและอารมณ์: การส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้ที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่ดี การจัดการกับอารมณ์ และการทำงานร่วมกับผู้อื่น

ความสำคัญของหลักสูตรปฐมวัยกับครูปฐมวัย

  1. แนวทางการสอนที่ชัดเจน: ช่วยให้ครูมีแนวทางในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสมและตรงตามพัฒนาการของเด็ก

  2. การพัฒนาวิชาชีพ: ช่วยให้ครูเข้าใจถึงวิธีการสอนและการประเมินผลที่มีประสิทธิภาพ ส่งเสริมความรู้และทักษะในการจัดการเรียนการสอน

  3. การสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม: ช่วยให้ครูสามารถสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ปลอดภัยและกระตุ้นความสนใจของเด็ก

  4. การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง: สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ปกครอง ทำให้การเรียนรู้ของเด็กมีความต่อเนื่องทั้งในโรงเรียนและที่บ้าน

  5. การพัฒนาทักษะที่สำคัญ: ช่วยให้เด็กพัฒนาทักษะการคิด การแก้ปัญหา และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการเรียนรู้ในอนาคต




  • Research - การวิจัย
  • Hypothesis - สมมติฐาน
  • Methodology - ระเบียบวิธีวิจัย
  • Data - ข้อมูล
  • Analysis - การวิเคราะห์
  • Results - ผลลัพธ์
  • Conclusion - ข้อสรุป
  • Literature Review - การทบทวนวรรณกรรม
  • Sample - กลุ่มตัวอย่าง
  • Variable - ตัวแปร

  • การเรียนรู้ครั้งที่ 10

      วันนี้ได้มีการสืบค้นบทคัดย่อของงานวิจัยที่เกี่ยวกับเด็กปฐมวัยมาคนละ 1 เล่ม วิจัยนั้นต้องไม่เกิน 5 ปี เนื่องจากเวลาอ้างอิงจะใช้ไม่เกินนี้ หลังจากนั้นได้ให้จับคู่ 2 คน และเลือกบทคัดย่องานวิจัยของคู่ตนเองมา 1 เล่ม แล้วแปลบทคัดย่อภาษาอังกฤษที่เลือกมานั้นให้เป็นภาษาไทยว่ามีเนื้อหาว่าอย่างไร

    วันเสาร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2567

    การเรียนรู้ครั้งที่ 9 (25.09.67)

     ได้มีการทำได้มีการทำเกี่ยวกับบทคัดย่อที่เป็นภาษาอังกฤษโดยให้มีคำว่าปฐมวัยหรือเกี่ยวข้องกับสาขาปฐมวัยโดยให้หาบทคัดย่อเดี่ยวก่อนแล้วจึงมาสรุปเป็นบทคัดย่อคู่หลังจากนั้นก็แปลเป็นภาษาไทย 





    การเรียนรู้ครั้งที่ 8 (18.09.67)

    เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับคำศัพท์เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับคำศัพท์ที่เกี่ยวกับงานวิจัยและปฐมวัยต่างๆ ยกตัวอย่างเช่นดังนี้



    1. Early Childhood Development (การพัฒนาในช่วงปฐมวัย)


    English: Early Childhood Development refers to the physical, cognitive, social, and emotional development of children from birth to eight years old.

    Thai Translation: การพัฒนาในช่วงปฐมวัย หมายถึง การพัฒนาทางกาย จิตใจ สังคม และอารมณ์ของเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึงแปดปี


    2. Cognitive Development (การพัฒนาทางสติปัญญา)


    English: Cognitive development refers to the progression of thought processes, including remembering, problem-solving, and decision-making.

    Thai Translation: การพัฒนาทางสติปัญญา หมายถึง การเจริญเติบโตของกระบวนการคิด รวมถึงการจดจำ การแก้ปัญหา และการตัดสินใจ


    3. Social-Emotional Development (การพัฒนาทางสังคมและอารมณ์)


    English: Social-emotional development is the child’s experience, expression, and management of emotions, and the ability to establish positive relationships.

    Thai Translation: การพัฒนาทางสังคมและอารมณ์ คือ การที่เด็กได้สัมผัส แสดงออก และจัดการกับอารมณ์ รวมถึงความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี


    4. Language Development (การพัฒนาภาษา)


    English: Language development in early childhood is the process through which children learn to understand and communicate through language.

    Thai Translation: การพัฒนาภาษาในช่วงปฐมวัยคือกระบวนการที่เด็กเรียนรู้เพื่อเข้าใจและสื่อสารผ่านภาษา


    5. Fine Motor Skills (ทักษะการเคลื่อนไหวที่ต้องใช้ความละเอียด)


    English: Fine motor skills involve the use of small muscles, especially in the hands, for tasks such as writing, cutting, and buttoning.

    Thai Translation: ทักษะการเคลื่อนไหวที่ต้องใช้ความละเอียด หมายถึง การใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก โดยเฉพาะในมือ สำหรับงานต่าง ๆ เช่น การเขียน การตัด และการติดกระดุม


    6. Gross Motor Skills (ทักษะการเคลื่อนไหวที่ต้องใช้กล้ามเนื้อใหญ่)


    English: Gross motor skills involve large muscle movements such as walking, running, and jumping.

    Thai Translation: ทักษะการเคลื่อนไหวที่ต้องใช้กล้ามเนื้อใหญ่ หมายถึง การเคลื่อนไหวที่ใช้กล้ามเนื้อขนาดใหญ่ เช่น การเดิน การวิ่ง และการกระโดด


    7. Play-Based Learning (การเรียนรู้ผ่านการเล่น)


    English: Play-based learning is an educational approach that uses play as the main way for children to explore and learn about the world.

    Thai Translation: การเรียนรู้ผ่านการเล่น คือวิธีการสอนที่ใช้การเล่นเป็นเครื่องมือหลักในการสำรวจและเรียนรู้เกี่ยวกับโลกของเด็ก


    8. Early Childhood Education (การศึกษาปฐมวัย)


    English: Early childhood education refers to the formal teaching and care of young children by people other than their family members.

    Thai Translation: การศึกษาปฐมวัย หมายถึง การสอนและการดูแลเด็กเล็กอย่างเป็นทางการ โดยผู้ที่ไม่ใช่สมาชิกในครอบครัวของเด็ก


    9. Observation (การสังเกต)


    English: Observation in early childhood education refers to the process of watching children closely to understand their development.

    Thai Translation: การสังเกตในช่วงปฐมวัย หมายถึง กระบวนการเฝ้าดูเด็กอย่างใกล้ชิดเพื่อเข้าใจการพัฒนาของพวกเขา


    10. Assessment (การประเมิน)


    English: Assessment in early childhood refers to the ongoing process of gathering information about a child’s development, learning, and needs.

    Thai Translation: การประเมินในช่วงปฐมวัย หมายถึง กระบวนการต่อเนื่องในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนา การเรียนรู้ และความต้องการของเด็ก


    11. Curriculum (หลักสูตร)


    English: The early childhood curriculum outlines the goals, content, and methods used to teach and support young children’s development.

    Thai Translation: หลักสูตรปฐมวัย หมายถึง การกำหนดเป้าหมาย เนื้อหา และวิธีการที่ใช้ในการสอนและสนับสนุนการพัฒนาเด็กเล็ก


    12. Developmentally Appropriate Practice (การปฏิบัติที่เหมาะสมตามวัย)


    English: Developmentally appropriate practice refers to teaching that is based on how children develop and learn at different ages.

    Thai Translation: การปฏิบัติที่เหมาะสมตามวัย หมายถึง การสอนที่สอดคล้องกับการพัฒนาและการเรียนรู้ของเด็กในช่วงวัยต่าง ๆ


    13. Parent Involvement (การมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง)


    English: Parent involvement in early childhood education refers to the active participation of parents in their child’s learning and development.

    Thai Translation: การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในช่วงปฐมวัย หมายถึง การเข้าร่วมอย่างกระตือรือร้นของผู้ปกครองในกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาของลูก


    14. Child-Centered Approach (แนวทางการเรียนรู้ที่เน้นเด็กเป็นศูนย์กลาง)


    English: A child-centered approach in education focuses on the needs, interests, and abilities of the child, rather than the teacher’s agenda.

    Thai Translation: แนวทางการเรียนรู้ที่เน้นเด็กเป็นศูนย์กลาง หมายถึง การมุ่งเน้นความต้องการ ความสนใจ และความสามารถของเด็ก มากกว่าการกำหนดของครู


    15. Research (การวิจัย)


    English: Research in early childhood education is the systematic investigation into the development, learning, and education of young children.

    Thai Translation: การวิจัยในปฐมวัย คือการสืบสวนอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับการพัฒนา การเรียนรู้ และการศึกษาของเด็กเล็ก


    16. Methodology (ระเบียบวิธีวิจัย)


    English: Methodology refers to the set of methods and principles used to conduct research in early childhood education.

    Thai Translation: ระเบียบวิธีวิจัย หมายถึง ชุดของวิธีการและหลักการที่ใช้ในการทำวิจัยด้านการศึกษาปฐมวัย


    17. Data Collection (การเก็บรวบรวมข้อมูล)


    English: Data collection involves gathering information from various sources to answer research questions or assess children’s progress.

    Thai Translation: การเก็บรวบรวมข้อมูล หมายถึง การรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ เพื่อหาคำตอบสำหรับคำถามการวิจัยหรือประเมินความก้าวหน้าของเด็ก


    18. Qualitative Research (การวิจัยเชิงคุณภาพ)


    English: Qualitative research in early childhood education focuses on understanding the experiences, perspectives, and behaviors of children.

    Thai Translation: การวิจัยเชิงคุณภาพในปฐมวัย เน้นการทำความเข้าใจประสบการณ์ มุมมอง และพฤติกรรมของเด็ก


    19. Quantitative Research (การวิจัยเชิงปริมาณ)


    English: Quantitative research uses numerical data to identify patterns and relationships in early childhood development and education.

    Thai Translation: การวิจัยเชิงปริมาณ ใช้ข้อมูลเชิงตัวเลขเพื่อหาความสัมพันธ์และรูปแบบในการพัฒนาและการศึกษาปฐมวัย


    20. Longitudinal Study (การศึกษาแบบติดตามระยะยาว)


    English: A longitudinal study follows the same group of children over a long period to observe changes and development.

    Thai Translation: การศึกษาแบบติดตามระยะยาว คือการติดตามกลุ่มเด็กกลุ่มเดิมในช่วงเวลาที่ยาวนาน เพื่อสังเกตการเปลี่ยนแปลง

    การเรียนรู้ครั้งที่ 13

     เป้นการสรุปความรู้ทั้งหมดที่เตยทำมาว่า ได้เรียยน อะไรบ้าง คำศัพท์ที่ ใช้จริงๆในชีวิตประจำวันเกี่ยวกับวิจัย การทำหลังสูตรหรือการเป็นครูในอนา...